ปรับอ่วม ใครวางของกั๊กที่จอดรถ ปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท คนแจ้งจับได้ส่วนแบ่งด้วย

อาจเป็นภาพที่เราคงเคยเห็นกันจนชินตา สำหรับการนำสิ่งของมาวางกั้นไว้บริเวณริมฟุตบาทหรือริมถนน ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้, กรวย, ไม้ และ ถังน้ำ เป็นต้น เพื่อกันที่ไว้ไม่ให้ใครมาจอดรถ อาจเพราะขวางทางหน้าบ้าน กั๊กที่ไว้จอดเอง หรือไว้สำหรับลูกค้าที่มาซื้อของในร้าน แต่ทราบกันไหมว่า การกระทำเหล่านี้มีความผิดตาม พรบ. ถึงขั้นโดนปรับได้เลย

การกระทำดังที่กล่าวมาถือว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 19 ระบุไว้ว่าห้ามมิให้ผู้ใดตั้ง วางหรือกองวัตถุใดๆ บนถนน เว้นแต่เป็นการกระทำในบริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร ซึ่งตามมาตรา 57 ระบุผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

โดยประชาชนสามารถแจ้งเรื่องดังกล่าวได้ที่เจ้าหน้าที่เทศกิจหรือเทศบาลท้องที่ตนเองได้ทันที นอกจากนี้การกระทำดังกล่าวยังเข้าข่ายความผิดตามอาญามาตรา 385 ผู้ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยไม่จำเป็น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท

สำหรับการจอดขวางทางเข้าออกหน้าบ้าน ยังไม่มีกฎหมายที่รับรองชัดเจน แต่มารยาททางสังคมที่พึงระลึกว่าผู้อื่นจะเดือดร้อน แต่หากเจ้าของรถคันนั้นมักจะจอดอยู่เป็นประจำ หรือมีการมาตั้งแผงลอยกีดขวางก็ตาม ในประมวลกฎหมายอาญา หมวดลหุโทษ มาตรา 397 ระบุไว้ว่า ผู้ใดในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล กระทำด้วยประการใดๆอันเป็นที่การรั ง แ ก หรือ ข่ ม เ ห ง ผู้อื่น หรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจหรือเทศบาลเพื่อดำเนินการได้ทันที

ทั้งนี้ต้องอยู่ภายในเงื่อนไขที่ว่า เจ้าของบ้านต้องแจ้งเรื่องไว้เป็นหลักฐานว่าได้มีการกระทำดังกล่าวอยู่เป็นประจำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นๆจงใจทำให้เดือดร้อน แต่หากเจ้าของบ้านพบว่าจอดขวางอยู่เป็นประจำแต่ไม่มีการแจ้งเรื่องเป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ก็คงไม่อาจดำเนินการให้ได้

ถ้ามีใครคิดว่าตนเองเข้าข่ายการกระทำที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าเลี่ยงก็เลี่ยงจะดีกว่า เพราะอาจโดนเรียกค่าปรับโดยไม่รู้ตัว

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงข้อมูลจาก : สำนักประชาสัมพันธ์

Facebook Comments
Close