ผมรวยล้นฟ้า มีทรัพย์สิน 3.5 พันล้าน แต่พอลูกชายไปขอเเต่งงาน กลับโดนฝ่ายหญิงดูถูกว่าจน

สวัสดีจ้าวันนี้เรามีเรื่องราวที่เรียกได้ว่าเป็นบทเรียนเเละเป้นสิ่งที่มักเกิดขึ้นในสังคมที่ต้องใช้เงินทองกันมากมายกับยุคสมัยนี้นะเองวันนี้เราจะมาคุยเเละเเชร์เรื่องราวเกี่ยวกับ ลูกชายของอู่เจียฮั่นที่เป็นถึงนักแสดงรุ่นใหญ่เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นยังไงเราติดตามไปพร้อมๆกันเลยจ้า

หากเราได้สังเกตุเเล้วเราจะรู้เลยว่าเขาคนนี้นั้นได้ไม่ได้ยากจนเลยกลับดูมีฐานะด้วยซ้ำ

ถึงเเม้ว่าลูกชายเค้าจะถูกถือว่าไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก เเต่การเเต่งงานของลูกชายเขา ผู้ที่เป็นพ่อนั้นไม่ได้ออกเงินให้เลยเเม้เเต่บาทด้วย ไม่มีเเม้เเต่จะซื้อบ้านหรือออกรถให้ลยเเม้เเต่น้อยเพราะว่า เชื่อว่าการสอนลูกที่ดีนั้นควรจะให้ลูกนั้นหาเงินด้วยตัวเองล้วนๆ เรื่องนี้จึงทำให้ครอบครัวของเเฟนลูกชายนั้นสงสัยกันว่านี้เป็นวิธีสอนลูกหรือเเท้จริงเเล้วนั้นไม่มีเงินเหลืออยู่กันเเน่

หากเราได้ย้อนกลับไปดูเเล้วนั้น เขาไม่ได้ดูมีเงินมีทองเหมือนที่ใครเค้าบอกเลย เเต่เขาเติบโตในครอบครัวที่พอดูดีมาฐานะ เพราะว่าพ่อเขานั้นเป็นถึงผู้ที่ก่อตั้งบริษัทรถบัสจิ่วหลงในฮ่องกง และโรงแรมจิ่วหลงอีกด้วย มันก็ไม่แปลกอยู่เเล้วที่เขานั้นจะได้รับมรดกจากคนที่เป็นพ่อ ในสมัยก่อนนั้นผู้ที่มีภรรยาได้หลายคนโดยที่ไม่มีสังคมเข้ามาต่อต้าน เเละตัวพ่อของเขาเองนั้นได้มีภรรยาถึง 4 คนเลยทีเดียว เเถมเขานั้นได้เป็นลูกชายคนเล็กของภรรยาคนที่สอง ถึงเเม้ว่าตัวตนของเธอนั้นจะได้เกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะร่ำรวย

แต่เป็นที่น่าเสียดายเพราะว่าเเม่ของเธอนั้นได้จากไปเมื่อตอนที่เขานั้นอายุเพียง 7 ขวบเท่านั้นเอง ภรรยาคนเเรกจึงได้เอาเขาไปเลี้ยงดู อาจจะดูเเลไม่ดีนะเเต่ว่าเธอนั้นต้องเข้าไปอยู่ที่โรงเรียนประจำตั้งเเต่อายุ 6 ขวบเเละได้ถูกส่งไปเรียนที่อังกฤษในวัย 15 ปี นั้นเขาต้องหาเงินเลี้ยงดูตัวเองที่เมืองนอก เพราะว่าเขานั้นได้ทะเลาะกับพอ่เเม่นั้นถึงขั้นตัดขาดสัมพันธ์พ่อลูก เลยทำให้ชีวิตของเขาไม่ได้ราบรื่นนัก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้าได้นั้นได้มาจากความพยายามของตัวเองทั้งเลยเป็นส่วนใหญ่แม้กระทั่งงานศ_พของพ่อตัวเอง เขายังไม่มีเงินพอซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาฮ่องกงเลยเพราะว่าเงินไม่พอ

เเละถึงเเม้ว่าเขานั้นอาจจะไม่ถูกกับพ่อ เเถมยังได้ตัดขาดกันอีก เเต่ว่าพ่อของเขานั้นยังได้เหลือมรดกมากมายให้เขาอีกทั้งธุรกิจของเขาเเละหุ้นต่างๆ ร่วมถึงเเบ่งมรดกทั้งหมด เรียกได้ว่าสิ่งนั้นทำให้เขารวยในวัยหนุ่มก็ไม่ผิดเลยทีเดียว

ด้วยความที่เขานั้นเป็นคนที่พยายามมากตลอด เเละมีวิธรการสั่งสอนลูกที่ไม่เหมือนใครเท่าไหร่นักในวัยเด็กเขาไม่ได้ตั้งใจสานต่อธุรกิจของพ่อ แต่เลือกเดินในวงการนักแสดงแทนเขาเลือกเรียนสาขาการแสดงที่อังกฤษ และยังมีโอกาสได้ร่วมแสดงละครโทรทัศน์กับ BBC ถึง 4 เรื่อง ในช่วงยุคปี 70 เขาหวนกลับไปฮ่องกง และเข้าสู่วงการภาพยนตร์เต็มตัวเมื่อปี 1976 จนกระทั่งในช่วงยุคปี 80 ภาพยนตร์เรื่อง มือปราบจมูกหิน ได้ทำให้ตัวของเขานั้นได้เป็นที่รู้จักของคนหมู่มากเเละมีรายได้สูงสุดถึงสิบล้านเลยทีเดียวเขายอมรับยุคที่กอบโกยราได้ของเขาคือช่วงยุคปี 70 ถึงยุคต้นปี 80 ทำให้เขาร่ำรวยจากการแสดงหนัง ซื้อโรลส์-รอยซ์ถึงสองคัน และรถราคาแพงอีกหลายคัน ในปี 1979 เขาได้ซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ ในช่วงยุคปี 80 เขาได้เซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ ถ่ายทำภาพยนตร์ไปกว่า 6 เรื่องในช่วงระยะเวลาสามปีด้วยค่าหลายล้าน และยังได้ถ่ายทำเพิ่มอีก 11 เรื่องในเวลาต่อมา ราคาบ้านในฮ่องกงตอนนั้นหลังละ 1 ล้าน เมื่อได้รับค่าตัวเขาก็ซื้อบ้านทันทีหนึ่งหลัง และคอยเก็บค่าเช่ารายเดือนมาตลอด

เเต่ก็ได้มีข่าวที่ลือๆกันไว้ว่าเขาใช้เงินหมดตัวไปตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นแล้ว เเต่ล่าสุดเเล้วเขาได้ออกมาปฏิเสธ เพราะว่าในช่วงที่เค้ากอบโกยนั้นถึงจะใช้เงินเก่งเเต่เขานั้นก็ไม่ได้ใช้เงินเปล่าประโยชน์อะไรเลย เขาได้ลงทุนธุรกิจต่างๆ ซื้อรถที่ราคาไม่ตกมากมาย ปัจจุบันนั้นถึงเขาจะอายุ 79 ปีเเล้ว เเต่ก็ยังสามารถเเสดงหนังเเละปรากฏตัวอยู่ในกนังฮ่องกงให้เราได้พบได้เก็นกันอยู่เสมอ ทำให้หลายๆคนสงสัยเเละถามกันเข้ามาว่าไม่มีเงินถึงขั้นต้องกลับไปเเสดงหนังเลยหรือ เเต่ความจริงเเล้วนั้นคือเค้าสนใจในบทละครเเละตัวผู้กำกับมากกว่า ไมได้คิดที่จะอะไรเเถมไม่ได้สนใจเรื่องราวคาตัวด้วยซ้ำเเต่ถ้าหากว่าได้คำนวณทรพย์สินต่างๆนั้นเล้วมีมูลค่าไม่ต่ำ 3,500 ล้าน เลยทีเดียวเชียว

หลังจากนั้นมาเรียกได้ว่าในวงการภาพยนตร์ฮ่องกง และ TVB ด้วยเพียงแต่อันหลังจะน้อยกว่า เนื่องจากเคยมีปัญหาเรื่องค่าจ้างกันในช่วงปี 70 และในช่วงปี 1989-1990 เขายังเคยแสดงในสถานีโทรทัศน์เอเชียเทลิวิชั่น ปัจจุบันเขาร่วมแสดงในช่อง ViuTV และสถานีโทรทัศน์ฮ่องกง ถึงตัวของเขานั้นจะมีอายุ 79 ปีเเล้วนั้นแต่ก็ยังรับงานแสดงอยู่เรื่อยๆประมาณ 10 กว่าเรื่งได้ เเถมเขายังบอกด้วยอีกว่าทำงานอยู่นั้นเพราะตนรักการเเสดงมาก

เเละหลักงานที่ได้มีชื่อเสียงเเละมีผู้คนต่างๆเริม่รู้จักเขามากขึ้นนั้น ข่าวเสียหายต่างๆของลูกชายก็เงียบไปเเต่ว่าเขาเองนั้นก็ยังคงให้คำตอบคนที่ได้เข้ามาสอบถามนั้นว่า ที่เขานั้นไม่ได้ให้เงินลูกชายไม่ใช่เพราะว่าเขานั้นขี้เหนียวหรืออย่างไรแต่เป็นเรื่องของความตั้งใจของลูกชายด้วย เพราะว่าลูกของเขานั้นกว่าจะตั้งตัวได้ก็ตั้งเเต่อายุ 19 ปีแหนะ ตั้งเเต่นั้นมาลูกชายเขาไม่เคยได้ขอเงินเขาอีกเลยดังนั้นถึงเเม้ว่าลูกชายจะยังไม่มีอะไรไม่มีบ้านไม่มีรถให้เเฟนสาวนั้น เเต่เชื่อว่าเขาก็ยังภูมิใจในตัวลูกมากเลยทีเดียว

 

การที่ทำอะไรเเละเดินตามรอยเท้าคนที่ลำบากจนประสบผลสำเร็จนั้น ย่อมเกิดผลสำเร็จเเก่เราได้อย่างเเน่นอน แต่ช่างหน้าเสียดายที่้เเฟนสาวของเธอนั้นกลับมองไม่เห็นถึงความพยายามของเขาเลยทีเดียว

ขอบคุณที่มา :https://bit.ly/2KhTNje

Facebook Comments